ความเป็นมาของโครงการ
มนุษย์รู้จักการออกแบบมานานมาก
จากหลักฐานที่นักโบราณคดีขุดค้นพบปรากฏเป็นที่ยืนยันว่ามนุษย์สามารถออกแบบสิ่งของเครื่องใช้มานานกว่า
6000 ปี รู้จักการใช้ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ออกแบบลวดลายบนภาชนะ
เช่นลวดลายบนเครื่องปั้นดินเผา บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น
เช่นเดียวกับลวดลายที่เกิดขึ้นในดินแดนอาหรับเปอร์เซีย เป็นลวดลายของศาสนาอิสลาม
และเนื่องจากในตัวของผู้วิจัยเป็นคนนับถือศาสนาอิสลามและอาศัยอยู่ในชุมชนมุสลิมมาตั้งแต่เกิด
ด้วยวิถีของสภาพสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม
จากความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อศาสนาอิสลาม และการได้อยู่อาศัยในชุมชนที่มีแต่คนมุสลิม
ทำให้ผู้วิจัยได้เกิดแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อม ด้วยอารยะธรรมจากดินแดนของศาสนาอิสลามบนผืนผ้าของพรมเปอร์เซีย
ซึ่งผู้วิจัยได้เห็นและสัมผัสมาตั้งแต่เด็ก
ทำให้เกิดการเรียนรู้และได้ใช้จริงตามหลักการปฏิบัติของศาสนา
การปฏิบัติตามหลักศาสนานั้นมีความสำคัญอย่างมาก
ศาสนาอิสลามมีกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด
ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเล่าเรียนทางศาสนา การบริจาคซะกาต การถือศีลอด การละหมาด
ผู้วิจัยก็มีการปฏิบัติเช่นกัน จึงมีความใกล้ชิดกับศิลปะชนิดนี้ นั่นก็คือศิลปะบนผืนผ้าของชาวเปอร์เซีย
ตลอดประวัติศาสตร์เปอร์เซียได้ผลิตผ้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยม
มีคุณค่าสูงมาตลอดและในยุคสมัยอิสลามระยะต้นก็รับมรดกตกทอดมาจากโลกโบราณ
ซึ่งไม่ใคร่มีใครได้ทราบมากนัก ผ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเผ่าพันธุ์และราชสำนัก
ไม่ใช่เพียงเพราะว่ามันใช้เป็นที่อยู่อาศัย (กระโจม)
ใช้เป็นเครื่องตกแต่งและเป็นเสื้อผ้าเท่านั้น
แต่ยังเป็นเครื่องแสดงถึงสถานภาพและความมั่งคั่งได้ด้วยผ้าที่มีค่าเป็นสินค้าที่ขายได้ทั่วไป
เพราะขนส่งได้ง่ายและราคาสูง ลวดลายผ้าก็มีอิทธิพลต่อสื่ออื่นๆ
ได้มีความสนใจในผ้าที่ผลิตในสมัยศอฟาวียะฮ์ แต่ที่จริงนั้นอิทธิพลของผ้าไหมสมัยซัสซานียะฮ์
มีอยู่มากกว่าเพราะมีอยู่เหนือแบบแผนของภาพบูชาในอิสลาม และยุโรปคริสเตียนสมัยกลาง
และในสมัยกรุงศรีอยุธยาไทยมีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้าขายกับต่างประเทศ
ในช่วงปลายรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช(พ.ศ.2133 - 2148)
ไทยได้มีการค้าขายกับเปอร์เซียและดำเนินความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน 400 ปี
ตามหลักประวัติศาสตร์ในจดหมายของปฐมวงสกุลบุนนาคระบุถึงชาวเปอร์เซียว่า
เข้ามาตั้งห้างค้าขายอยู่ในกรุงศรีอยุธยาเมื่อจุลศักราช 964
โดยขนมาโดยเรือสำเภาบรรทุกสินค้าเข้ามาเทียบท่าที่ป้อมเพชร ตำบลท้ายคู
จากนั้นไทยกับอิหร่านได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2498
ชาวเปอร์เซียได้ขยายบทบาททางการเมือง
บางคนดำรงตำแหน่งขุนนางระดับสูงและเป็นเจ้าเมือง
ผู้วิจัยจึงคิดที่จะทำการออกแบบลวดลายบนผลิตภัณฑ์ซึ่งได้รับแรงบัลดาลใจมาจากหลักในการปฏิบัติศาสนกิจ
จากสภาพแวดล้อมรอบข้าง และจากความใกล้ชิดในการสัมผัส จึงคิดค้นลวดลายใหม่ เพื่อจะสื่อความเป็นตัวตน
ในด้านของลวดลายที่อ้างอิงมาจากศิลปะบนผืนผ้าของเปอร์เซีย ในยุคของชาวอิสลามสมัยระยะต้น
เพราะลวดลายบนพรมในยุคนี้มีจุดเด่นในเรื่องของรูปทรงที่เป็นกรอบรูปกลมที่ยังคงใช้กันอยู่
แต่นิยมใช้กรอบหกเหลี่ยมและแถบมากกว่า
ลวดลายจะใช้เป็นภาพเรขาคณิตหรือมิฉะนั้นก็เป็นกิ่งก้านใบไม้ที่คดโค้งหรือหนวดใบ จึงนำเอาความสวยงามของลวดลายบนพรมพวกนี้มาสร้างให้เกิดรูปทรงใหม่
เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นการส่งเริมให้เกิดความน่าสนใจในผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นขึ้นด้วย
No comments:
Post a Comment